Nissan Kicks รุ่นก่อนกับตัว Minor Change แตกต่างกันอย่างไรบ้าง

New Nissan Kicks ที่เพิ่งเปิดตัวไปนั้นจัดเป็นรถยนต์คอมแพ็คเอสยูวีที่มีราคาน่าสนใจ จับต้องได้ง่ายเพราะมีราคาทั้งหมด 4 รุ่นย่อยไม่ถึงล้านบาท โดยรุ่น AUTECH มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 949,000 บาท, รุ่น VL ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 899,000 บาท, รุ่น V ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 829,000 บาท และรุ่น E ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 759,000 บาท เมื่อเทียบกับ Kicks รุ่นเก่านั้นจะมีราคาต่ำกว่า ส่วนราคาของ Kicks ตัวเก่านั้นมีดังนี้ รุ่น VL ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,049,000 บาท, รุ่น V ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 999,000 บาท, รุ่น E ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 949,000 บาท และรุ่น S ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 889,000 บาท นอกจากราคาของ New Kicks ที่ถูกลงแล้วยังมีอีกหลายจุดที่ทั้ง 2 โมเดลนั้นแตกต่างกัน 

ในส่วนของพละกำลังในโฉมที่แล้วจะมากับเครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดเล็กขนาด 1.2 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 79 แรงม้า กับ แรงบิด 103 นิวตันเมตร ที่ทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว โดยเก็บเข้าแบตเตอรี่ก่อนจะส่งกระแสไฟฟ้าไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร 

แต่สำหรับ New Kicks จะมาพร้อมเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ เจเนอเรชั่น 2 ยังคงใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนรถ และใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดเล็กทำหน้าที่เสมือนเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าส่งไปยังแบตเตอรี่เหมือนรุ่นที่แล้วแต่มีขนาดเล็กลง แต่ให้กำลังมากขึ้น โดยมีขนาดเล็กลง 40% และน้ำหนักลดลง 30% ทั้งยังเพิ่มความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเป็น 2.06 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ช่วยให้เครื่องยนต์มีการทำงานเพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าน้อยครั้งลง ลดแรงสั่นสะเทือนและเสียงรบกวนจากการสตาร์ทของเครื่องยนต์ได้ดีมากยิ่งขึ้น ส่วนตัวเครื่องยนต์ยังเป็นเครื่องยนต์รหัส HR12DE แต่มีกำลังมากขึ้นโดยรุ่นใหม่นี้เครื่องจะให้กำลังสูงสุด 82 แรงม้า ส่วนแรงบิดนั้นเท่าเดิม ส่วนพละกำลังจากมอเตอร์ในโฉมใหม่นี้จะให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร การประหยัดน้ำมันมีอัตราประหยัดน้ำมันถึง 23.8 กิโลเมตรต่อลิตร ในขณะที่อัตราประหยัดน้ำมันสำหรับการขับขี่ในเมืองประหยัดถึง 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร โดยที่ Kicks ยังคงเป็นรถที่ขับเคลื่อนเเหมือนรถยนต์ไฟฟ้า แต่ไม่ต้องพึ่งพาการชาร์จไฟฟ้าสู่แบตเตอรี่จากภายนอก 

และ New Kicks ผู้ขับขี่ไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จพลังงานไฟฟ้าจากภายนอก แต่สามารถขับขี่ที่คล่องแคล่ว ว่องไว เหมือนรถยนต์ไฟฟ้า โดยจะมีโหมดการขับให้เลือก 4 โหมด ได้แก่ Normal mode, Sport mode, ECO mode และ EV mode และยังมากับเทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะ e-Pedal step ที่ถูกพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ผู้ขับสามารถเร่ง หรือชะลอความเร็วได้เพียงการใช้แป้นคันเร่งเดียวเท่านั้น ให้ความนุ่มนวลของการขับขี่ที่มากขึ้นกว่าเดิม ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่และการใช้รถยนต์ในชีวิตประจำวัน โดย e-Pedal step จะทำงานร่วมกับโหมดการขับขี่ Sport mode และ ECO mode โดยความเร็วจะลดลงต่ำสุด 5 กม./ชม. 

ทางด้านดีไซน์ New Kicks มากับลุคใหม่ เสริมดีไซน์ทันสมัย ทั้งยังมีการปรับรุ่นย่อยเป็นรุ่น Autech ที่ดูสปอร์ตยิ่งขึ้นสไตล์พรีเมียมทูโทน ด้วยสีหลังคาดำเงา และการออกแบบแนวเส้นหลังคาแบบทรงลอยตัว เสริมให้รูปลักษณ์ภายนอกดูดียิ่งขึ้น ทั้งยังมีสเกิร์ตหน้าใหม่ สีเงินเมทัลลิค ทำให้ดูโฉบเฉี่ยว ส่วนด้านข้างมาพร้อมสเกิร์ตข้างใหม่ สีเงินเมทัลลิค, กระจกมองข้างสีเงินเมทัลลิคพร้อมไฟเลี้ยว LED และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่สีดำเงาขนาด 17 นิ้ว เพิ่มความทันสมัยมากยิ่งขึ้นด้วยไฟท้ายแบบ LED ทรงบูมเมอแรง และวัสดุตกแต่งประตูท้ายใหม่กับกันชนหลังตกแต่งด้วยสเกิร์ตหลังใหม่สีเงินเมทัลลิค 

ส่วนภายในห้องโดยสารยกระดับความหรูหรา ด้วยออกแบบด้วยโทนสีดำ ตกแต่งด้วยสีน้ำเงิน ส่วนคอนโซลหน้า และคอนโซลกลาง ตกแต่งด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์สีดำ เดินด้ายสีน้ำเงินที่ตัดกันอย่างลงตัว เสริมด้วยวัสดุสีดำเงา เปียโน แบล็ค ช่วยเพิ่มอารมณ์สปอร์ต ซึ่งนี่เป็นเฉพาะรุ่น Autech 

ส่วนรุ่นอื่นๆ จะมาพร้อมกับพวงมาลัยหุ้มด้วยหนังแท้ และคอนโซลกลางใหม่ ที่ถูกออกแบบให้พอดีกับการตอบรับทางสรีรศาสตร์ พร้อมหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ TFT อัจฉริยะขนาด 7 นิ้ว ปรับเปลี่ยนการแสดงผลได้หลายรูปแบบ และเพิ่มฟังก์ชันการแสดงสถานะไฟเบรกระหว่างใช้ระบบ e-Pedal Step

Kicks

New Kicks

ส่วนหัวเกียร์ดีไซน์ใหม่ทันสมัย ตกแต่งด้วยวัสดุสีดำ เปียโน แบล็ค พร้อมไฟตกแต่งที่ขอบ ทำให้มองเห็นชัดเจน สะดวกสบาย ง่ายต่อการใช้งาน 

Kicks

New Kicks

นอกจากนี้ยังเพิ่มวัสดุบุนุ่มภายในถึง 3 จุด คือที่เท้าแขนตรงคอนโซลกลาง ขอบเบาะนั่ง และช่องเก็บของด้านหน้า ให้ผู้ขับขี่พักแขนได้อย่างสบาย ลดความเมื่อยล้าในการขับขี่ทางไกล หรือเมื่อรถติด 

และเพิ่มขนาดพื้นที่วางแก้วน้ำตอนหน้า 2 ตำแหน่ง ที่สามารถปรับระดับ และขนาด เพื่อรองรับแก้วทรงสูงที่มีขนาดใหญ่ และแก้วกาแฟร้อนทรงเตี้ยได้เป็นอย่างดี

และด้วยความเข้าใจในไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่รักการเดินทาง ที่เก็บสัมภาระด้านหลังรถกว้างขวางมากขึ้น โดยสามารถจุสัมภาระได้ถึง 423 ลิตร หรือสามารถบรรทุกกระเป๋าเดินทางใหญ่ 30 นิ้ว 2 ใบได้สบายๆ รวมถึงสามารถปรับเปลี่ยนการวางสัมภาระได้หลายรูปแบบ ที่นั่งตอนหลังสามารถพับแยกแบบ 60:40 และ พับราบ เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างลงตัว

ด้านเทคโนโลยีความปลอดภัย New Kicks มากับเทคโนโลยีความปลอดภัยและช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงรอบคัน Nissan 360° Safety Shield โดยจะมี 2 ระบบที่เพิ่มขึ้นมา นั่นคือ 

 • เทคโนโลยีแจ้งเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ หรือ Lane Departure Warning (LDW) เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ช่วยให้ผู้ขับขี่รักษาแนวการเดินรถในช่องทาง และจะแจ้งเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลยโดยไม่ตั้งใจเมื่อขับขี่ในระดับความเร็วสูงกว่า 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

• ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ (High Beam Assist - HBA) ที่จะปรับระดับการส่องสว่างของไฟหน้า พร้อมตรวจจับและตอบสนองความเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของรถที่วิ่งสวนทางแบบอัตโนมัติ

ส่วนระบบอื่นๆ นั้นยังคงมากับ เทคโนโลยีควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (ICC), เทคโนโลยีเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ (IFCW), เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (IEB), เทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา (BSW), เทคโนโลยีเตือนรถในทางสวนขณะถอยรถ (RCTA), เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (IAVM) และเทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน (MOD), เทคโนโลยีกระจกมองหลังอัจฉริยะ (IRVM), เทคโนโลยีช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA), เทคโนโลยีควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ (VDC), เทคโนโลยีช่วยควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง (ITC) ฯลฯ  

Kicks

New Kicks

ระบบอินโฟเทนเมนต์ก็ถูกปรับให้สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ทันสมัย โดยในรุ่น V, VL และ AUTECH ระบบอินโฟเทนเมนต์ Nissan Connect สามารถรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Android Auto (เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับการใช้งาน) และ Apple CarPlay เพื่อใช้งานแอปพลิเคชันในมือถือผ่านจอเครื่องเสียงรถยนต์ระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว (สำหรับรุ่น V ขึ้นไป) และระบบเชื่อมต่อ Bluetooth, USB และ AUX-IN พร้อมระบบนำทาง ผ่าน Google Map และระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ พร้อมกับลำโพงคุณภาพสูง 6 ตำแหน่ง เพื่อความเพลิดเพลินในทุกการเดินทาง ส่วนในรุ่น E เป็นระบบเครื่องเสียงมาตรฐาน วิทยุ AM / FM พร้อมการเชื่อมต่อบลูทูธ USB และ AUX-in และลำโพงคุณภาพสูง 4 ตำแหน่ง

ถ้า Nisssan Kicks e-Power 2022 (Gen 2) คือรุ่นที่คุณสนใจ วางแผนจะออกปีนี้ เช็กวงเงินประเมินสำหรับออกรถกับเราก่อนได้ที่
>> กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท ขอประเมินได้ก่อนโดยไม่ต้องส่งเอกสาร คลิกที่นี่ <<

บทความแนะนำ

swiper-arrow-prev
swiper-arrow-next
ขอสินเชื่อ จัดเลย!