Toyota Camry...Soul Striking Luxury ที่สุดของยนตรกรรมแห่งความเหนือระดับ

สำหรับรถยนต์ Toyota Camry นี้ถือเป็นรถยนต์ขนาดกลางในกลุ่ม D-Segment ถึงแม้จะเปิดตัวมาสักระยะนึงแล้ว แต่ก็เป็นรถที่อยู่ในความสนใจของตลาดรถยนต์อยู่เสมอ เพราะมีให้เลือกเป็นเจ้าของเจ้า Camry ด้วยกัน 4 รุ่นย่อย ประกอบด้วย 2.0G, 2.5G และรุ่นที่เป็น Hybrid ที่เป็น 2.5HV และ  2.5HV HV Premium โดยราคานั้นจะอยู่ที่ 1,455,000-1,809,000 บาท ถึงแม้บางคนจะมองว่าราคาไปถึงล้านกว่าจนเกือบแตะ 2 ล้านแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความน่าใช้งานของ Toyota Camry รุ่นนี้ลดลงไป ประกอบกับดีไซน์ของโฉมนี้ดูวัยรุ่นขึ้น และที่สำคัญคือมาพร้อม TNGA Platform

เดิมที Camry มีต้นกำเนิดมาจากรถสปอร์ตซีดานอย่าง Celica โดยใช้ชื่อว่า Celica-Camry จากนั้นก็กลายเป็น Camry เจเนอเรชั่นที่ 1 จึงได้ถือกำเนิดขึ้น จนปัจจุบัน Camry ได้กลายเป็นรถรุ่นสำคัญของ Toyota จากความสำเร็จของ Camry อย่างอย่างท่วมท้นในกว่า 100 ประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย โดย Camry ถูกแนะนำเข้าสู่ตลาดรถยนต์เป็นครั้งแรกในปี 2536 โดยได้รับความสนใจจากกลุ่มคนที่ต้องการรถยนต์หรูที่พร้อมตอบสนองความต้องการได้มากกว่า จนทำให้ Camry เจเนอเรชั่นที่ 4 เริ่มมีการผลิตในไทยเมื่อปี 2542 และเริ่มมีระบบ Hybrid เมื่อปี 2552 

Camry จึงถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด "ปรากฎการณ์แห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่" จากแรงบันดาลใจในการออกแบบของ Sensual-Smart Confidence ส่งผลให้ถูกพัฒนาไปสู่การเป็นรถยนต์ ที่หรูหรา สปอร์ต และล้ำสมัย นอกจากนี้ยังยกระดับ สมรรถนะในการขับขี่ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีระบบไฮบริด เจเนอเรชั่นที่ 4 ที่พัฒนามาเพื่อมอบความรู้สึกสนุกในการขับขี่ 

ด้านนอก Camry มากับดีไซน์สปอร์ต กับเส้นสายที่คมชัด ดูปราดเปรียว อีกทั้งยังมากับ TNGA Platform ที่ผลิตจากเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง ที่ถูกนำมาใช้กับเหล็กกล้าคุณภาพเยี่ยม ทำให้โครงสร้างตัวถังรถมีความแข็งแรง ทนทานต่อแรงบิด ส่วนไฟหน้าเป็นแบบแบบ LED พร้อมไฟ Daytime Running Light และไฟเลี้ยวแบบ LED ที่ถูกออกแบบให้โดดดเด่นยิ่งกว่าเดิม ส่วนไฟท้ายก็เป็นแบบ LED ด้านไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED ก็ช่วยให้สว่าง กว้างไกลขึ้น พร้อมหลังคา Moonroof กับ ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์หรู ด้านกระจังหน้าให้ความรู้สึกหรูรามีระดับ ที่สำคัญกระจกของ Camry ยังเป็นแบบป้องกันเสียงรบกวนและแสงแดดอีกด้วย

 

สำหรับใครที่ชอบความกว้างขวาง น่าจะชอบภายในของ Camry โฉมนี้ ที่บ่งบอกตัวตนความสปอร์ต พร้อมออกแบบให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางด้วยคอนโซลหน้าที่ออกแบบให้ทุกองค์ประกอบเชื่อมโยงกันอย่างไร้ที่ติ พร้อมลาย Hybrid Onyx ประกอบกับ มาตรวัดเรืองแสง Optitron พร้อมจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ TFT ขนาด 7 นิ้ว ที่แสดงสถานะการทำงานของระบบต่างๆ อย่างเด่นชัด

ส่วนหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้ารถทำให้ไม่ต้องละสายตาขณะขับขี่ อีกทั้งเครื่องเล่น DVD แบบหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว กับลำโพง JBL 9 ตำแหน่ง ที่ให้คุณภาพเสียงที่คมชัด นุ่มนวล ทุกการเดินทาง นอกจากนี้ยีงมีระบบหน่วงแรงเบรกอัตโนมัติ และระบบเบรกมือไฟฟ้า, ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและจอแสดงข้อมูลการขับขี่ที่พวงมาลัย, ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย และระบบตรวจวัดแรงดันลมยางอัตโนมัติ

สมรรถนะการขับขี่ สร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร จากตัวรถที่ได้รับการออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ มีการทรงตัวที่ดีเยี่ยม สามารถควบคุมรถได้ดั่งใจ พร้อมด้วยระบบ ช่วงล่างอิสระแบบปีกนกคู่ ทำให้เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ ที่สำคัญยังคงไว้ซึ่งความนุ่มสบายและความเงียบตลอดการเดินทาง

ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกล้ำสมัยใน Camry ยังมาพร้อมระบบสตาร์ทอัจฉริยะ, ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ และ ระบบปรับอากาศแยกอิสระ 3 โซน พร้อมระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสาร nanoe เพื่อช่วยยับยั้งเชื้อโรค ขจัดกลิ่นทั่วห้องโดยสาร นอกจากนั้นยังมีอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย รองรับระบบการชาร์จไฟแบบ Qi ชาร์จไฟสะดวก เพียงวาง สมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บนถาดชาร์จ และยังมีช่องต่อ USB ด้านหลัง 2 ช่อง

ส่วนเบาะนั่งคู่หน้าปรับระดับได้ 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้าพร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ กระจกมองข้าง และพวงมาลัย ที่จะจดจำตำแหน่งของผู้ขับขี่เพื่อความสะดวกสบายสูงสุด, เบาะนั่งด้านหลังปรับเอนไฟฟ้าพร้อมแผงควบคุมหน้าจอสัมผัสแบบดิจิทัล กับม่านบังแดดไฟฟ้ากระจกหลัง และระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ พร้อมระบบ Follow-Me-Home และยังมี T-Connect Telematics ระบบที่เชื่อมต่อรถและผู้ใช้รถให้เป็นหนึ่งเดียว ช่วยให้คุณอัพเดตสถานะรถได้ตลอดเวลา 

               เรื่องความปลอดภัยก็เป็นสำคัญที่ Toyota ให้ความสำคัญ มีทั้ง ระบบความปลอดภัยก่อนการชน, ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ, ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติพร้อมด้วยการติดตั้งถุงลมนิรภัยรอบคัน 9 ลูก ซึ่งถือได้ว่ามากที่สุดในรถระดับเดียวกัน และยังมี กล้องมองภาพขณะถอยหลัง พร้อม Back Guide Monitor, ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง, สัญญาณไฟกระพริบเมื่อเบรกกะทันหัน อีกด้วย 

               สำหรับราคาจำหน่ายนั้นก็ตามนี้ รุ่น 2.5 HV Premium ราคา 1,809,000 บาท, รุ่น 2.5 HV ราคา 1,649,000 บาท, รุ่น 2.5G ราคา 1,599,000 บาท และ รุ่น 2.0G ราคา 1,455,000 บาท สำหรับผู้ที่สนใจจะเป็นเจ้าของรถรุ่นนี้สามารถติดต่อขอสินเชื่อได้ที่ กรุงศรี ออโต้ ให้บริการโดย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ติดต่อ กรุงศรี ออโต้ คอล เซ็นเตอร์ โทร. 0-2740-7400 และติดตามบทความรุ่นอื่นๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติม  คลิก หรือหากสนใจสมัครสินเชื่อรุ่นนี้ คลิกที่ปุ่ม ขอสินเชื่อ จัดเลย!! ที่ด้านล่างนี้

ขอสินเชื่อ จัดเลย!