คิดจะซื้อรถ Toyota Camry แล้ว...เลือกรุ่นไหนดีนะ?

                Toyota Camry เป็นรถยนต์ที่มีให้เลือกทั้งที่เป็น เครื่องยนต์เบนซิน  2 รุ่นกับเครื่องยนต์ที่เป็นระบบ Hybrid 2 รุ่นโดย Camry นั้นเป็นรถยนต์ขนาดกลางในกลุ่ม D-Segment ที่มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,455,000 บาท ส่วนรุ่นท็อปสุดนั้นมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,809,000 บาท โดยมีให้เลือกอยู่ถึง 4 รุ่นย่อย แล้วรุ่นไหนมันน่าสนใจกว่ากันล่ะ โดยในรุ่นที่เป็นเครื่องยนต์เบนซิน มีให้เลือก 2 รุ่น คือ 2.0G และ 2.5G ส่วนรุ่นที่เป็น Hybrid ก็จะมี 2.5HV และ 2.5HV Premium  

               เรามาเริ่มกันที่เครื่องยนต์ สำหรับรุ่น 2.0G มากับเครื่องยนต์ 6AR-FBS ที่ให้พละกำลัง 167 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที กับแรงบิด 199 นิวตันเมตร ที่ 4,600 รอบ/นาที กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ส่วนรุ่น 2.5G นั้นจะมากับเครื่องยนต์ A25A-FKB ที่ให้พละกำลัง 209 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที กับแรงบิด 250 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด โดยทั้ง 2 เครื่องยนต์นี้รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงได้ถึง E 85 ข้ามมาดูทางฝั่ง Hybrid กันบ้าง ทางฝากผั่งนี้ 2.5HV และ 2.5HV Premium จะมากับเครื่องยนต์ A25A-FXS ที่ให้พละกำลัง 178 แรงม้า ที่ 5,700 รอบ/นาที กับแรงบิด 221 นิวตันเมตร ที่ 5,200 รอบ/นาที กับมอเตอร์ไฟฟ้า ที่ให้แรงบิด 202 นิวตันเมตร กับ แบตเตอรี่ไฮบริด ชนิดนิกเกิลเมตัลไฮดราย ที่มีความจุไฟฟ้าอยู่ที่ 6.5 แอมแปร์-ชั่วโมงโดยทั้ง 2 ระบบเมื่อทำงานรวมกันจะให้กำลัง 211 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ E-CVT (Electronically-controlled Continuously Variable Transmission) แต่รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงเพียง E20 ออ แล้วที่สำคัญ รุ่นที่เป็น Hybrid ความจุถังน้ำมันจะเป็น 50 ลิตร น้อยกว่ารุ่นที่เป็นเครื่องยนต์อยู่ 10 ลิตร  

               มาดูความแตกต่างอื่นๆ กันบ้าง รุ่น 2.0G จะได้ล้อขนาด 16 นิ้ว กับยาง 205/65 R16 ส่วน 2.5G นั้นจะได้ล้อขนาด 18 นิ้ว กับยาง 235/45 R18 ฟาก HYbrid ทั้งคู่จะได้ล้อขนาด 17 นิ้ว กับยาง 215/55 R17 มาต่อกันที่ภายนอก 2.0G จะไม่มีหลังคามูนรูฟเหมือนรุ่นย่อยอื่นๆ คงเพราะเป็นรุ่นเริ่มต้นที่ราคาต่ำสุดเลยลดทอนตรงนี้ไป 

              ส่วนไฟหน้า, ไฟท้ายในรุ่น  2.0G, 2.5G จะให้ไฟหน้า LED พร้อม LED Day Time Running Lights ไฟท้ายก็เป็น LED ส่วนรุ่น Hybrid จะได้ LED แบบ HV ทั้งหน้าและหลัง ส่วนอื่นๆ ที่ได้เหมือนกันคือ ไฟตัดหมอกหน้า LED, ไฟตัดหมอกหลัง, ไฟเบรกดวงที่ 3 ทางด้านท่อไอเสียคู่ จะมีอยู่แต่ในรุ่น 2.5G เท่านั้น ส่วนกระจังหน้าโครเมียม และคิ้วฝาท้ายโครเมียมจะมีอยู่แต่ในรุ่นที่เป็น Hybrid เท่านั้นเช่นกัน    

ด้านอุปกรณ์ภายในรุ่น 2.0G, 2.5G จะได้เบาะหนังและวัสดุสังเคราะห์ ส่วนรุ่น Hybrid จะได้เบาะหนังแบบ Smooth Leather และวัสดุสังเคราะห์ แต่ในรุ่น 2.5HV Premium นั้นจะได้มากกว่ารุ่นอื่นตามอย่างที่รุ่นท็อปควรจะเป็นนั่นคือระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 3 โซน (ปรับอิสระแยกซ้าย, ขวา, หลัง) ในขณะที่รุ่นอื่นๆ จะได้แค่อัตโนมัติ 2 โซน (ปรับอิสระแยกซ้าย, ขวา) และปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า (Lumbar Support) ด้านคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้า ในขณะที่รุ่นอื่นจะได้เฉพาะด้านคนขับเท่านั้น ส่วนเบาะนั่งด้านหลังปรับเอนไฟฟ้ากับที่วางแขนด้านหลังพร้อมแผงควบคุมแบบดิจิทัลจะมีแต่ 2.5HV Premium เท่านั้นที่จะได้ 

ข้ามมาดูอุปกรณ์อำนวยความสะดวกกันบ้าง จะมีระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติ (Stop and Start System) ที่จะอยู่ในรุ่น 2.0G แต่ก็จะไม่มีระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย หรือ Paddle Shift อีกทั้งระบบ ECO Drive, Normla Drive, Sport Drive เหมือนอย่างรุ่นอื่นๆ ส่วนหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่จะได้ขนาด 4.2 นิ้ว เล็กกว่ารุ่นอื่นๆ ที่จะได้ขนาด 7 นิ้ว ส่วน หน้าจอ HUD แสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสี, เบาะนั่ง Seat Ventilator คู่หน้า จะมีแต่  2.5HV Premium เท่านั้นที่จะได้

                และรุ่น Hybrid จะได้ระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสาร Nanoe, พวงมาลัยปรับตำแหน่งไฟฟ้า พร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง นอกนั้นก็จะเป็นระบบพิ้นฐานที่ Camry ทุกรุ่นควรจะมีอย่างอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย, เบรกมือไฟฟ้า EPB ฯลฯ

ด้านระบบเครื่องเสียง ในรุ่นท็อปอย่าง 2.5HV Premium จะได้เครื่องเล่น DVD พร้อมระบบนำทาง และลำโพง JBL 9 ตำแหน่ง โดยหน้าจอจะเป็นจอระบบสัมผัส ขนาด 8 นิ้ว ส่วนรุ่นอื่นๆ จะได้เครื่องเล่น DVD พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง กับหน้าจอระบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว ส่วนระบบ  T-Connect จะมีมาแต่ในรุ่นที่เป็นระบบ Hybrid นอกนั้นที่ทุกรุ่นมีเหมือนกันคือ ช่องเชื่อมต่อ USB หน้า 1 จุด และหลัง 2 จุด, ระบบเชื่อมต่อ Bluetooth และ ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและควบคุมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ที่พวงมาลัย 

ด้านระบบความปลอดภัย รุ่นท็อปสุดอย่าง 2.5HV Premium จะได้ ถุงลมเสริมความปลอดภัยระบบ SRS ด้านข้างเบาะหลัง, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ พร้อมระบบ Dynamic Radar Cruise Control, ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ, ระบบความปลอดภัยก่อนการชน และ ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ นอกนั้นในรุ่นที่เหลือจะได้ระบบความปลอดภัยมาคล้ายๆ กัน ไม่ว่าจะ ระบบ  ABS, ระบบกระจายแรงเบรก, ระบบเสริมแรงเบรก, ระบบควบคุมการทรงตัว, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี, ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน ทั้งยังมี ถุงลมเสริมความปลอดภัยระบบ SRS คู่หน้า, ด้านข้าง, ม่านด้านข้าง และหัวเข่าด้านคนขับ ฯลฯ

                นี่ คือความแตกต่างกันของรายละเอียดต่างๆ ของ Toyota Camry ไม่ว่าจะเป็น 2.0G, 2.5G, 2.5HV และ 2.5HV Premium โดยราคา 2.0G อยู่ที่ 1,455,000 บาท แต่ถ้ายอมจ่ายเพิ่ม 144,000 บาท ก็จะได้รุ่น 2.5G แต่ถ้าจะเล่นรุ่น Hybrid ก็ต้องยอมจ่ายเพิ่ม 50,000 บาท เพื่อจะได้รุ่น 2.5HV แต่ถ้าคุณจะเล่นตัวท็อปต้องยอมจ่าย 1,809,000 บาท เพื่อซื้อรุ่น 2.5HV Premium   

                สำหรับผู้ที่สนใจจะเป็นเจ้าของรถ Toyota Camry สามารถติดต่อขอสินเชื่อได้ที่ กรุงศรี ออโต้ ให้บริการโดย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ติดต่อ กรุงศรี ออโต้ คอล เซ็นเตอร์ โทร. 0-2740-7400 และติดตามบทความรุ่นอื่นๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติม  คลิก หรือหากสนใจสมัครสินเชื่อรุ่นนี้ คลิกที่ปุ่ม ขอสินเชื่อ จัดเลย!! ที่ด้านล่างนี้

ขอสินเชื่อ จัดเลย!