Honda Civic e:HEV ระหว่าง EL+ กับ RS ต่างกันแค่ไหน ทำไมถึงมีราคาห่างกันถึง 130,000 บาท

รถ Honda Civic นั้นในปัจจุบันมีอยู่ 2 รุ่นหลัก แบบแรกก็คือเครื่องยนต์ 1.5 Turbo โดยมี 2 รุ่นย่อยนั่นก็คือ EL และ EL+ ส่วนอีกรุ่นจะมาพร้อมขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV โดยในรุ่นนี้จะแบ่งออกเป็น e:HEV EL+ ที่เปิดจำหน่ายในราคา 1,129,000 บาท กับ e:HEV RS ในราคา 1,259,000 บาท โดยในรุ่น Civic e:HEV โดดเด่นในเรื่องของอัตราประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 25 กิโลเมตร/ลิตร อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING อีกด้วย

ในส่วนของเครื่องยนต์ทั้ง e:HEV EL+ กับ e:HEV RS จะมากับเครื่องยนต์แบบ DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว ที่รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงได้ถึง E20 (แต่ถ้าเป็นรุ่น 1.5 Turbo จะรองรับได้ถึง E85) ด้านพละกำลังเครื่องยนต์ตัวนี้จะให้กำลังอยู่ที่ 141 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที กับแรงบิด 182 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ที่จะทำงานร่วมกับ มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ตัวนึงเป็นมอเตอร์ที่ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า กับมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน เมื่อรวมพละกำลังทั้งระบบจะได้กำลัง 184 แรงม้า กับแรงบิด 315 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ E-CVT (Electrical Continuously Variable Transmission) และสิ่งที่ Civic เทอร์โบ ต่างจาก e:HEV นั่นก็จะมีในเรื่องมิติตัวรถ, ระยะฐานล้อ รวมถึงน้ำหนัก กับถังน้ำมันที่มีความจุเล็กลงไปถึง 7 ลิตร 

ภายนอก ความต่างของ e:HEV EL+ กับ e:HEV RS ก็คือ มือจับประตูด้านนอกตัว e:HEV EL+ จะได้สีเดียวกับตัวรถตกแต่งด้วยโครเมียม ส่วน e:HEV RS จะเป็นสีดำตกแต่งด้วยโครเมียม แล้วก็ท่อไอเสียเพราะในตัว e:HEV RS จะได้ปลอกท่อไอเสียมาด้วย รวมทั้งสปอยเลอร์หลัง ด้านเสาอากาศทั้ง 2 รุ่นจะเป็นแบบครับฉลาม แต่ e:HEV EL+ จะได้สีเดียวกับตัวรถ ส่วน e:HEV RS จะเป็นสีดำ จบด้วยล้ออัลลอย e:HEV EL+ จะได้ขนาด 17 นิ้ว ส่วน e:HEV RS จะได้ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว   

ภายในก็มีความแตกต่างกันโดยสีในรุ่น e:HEV EL+ จะเป็นสีเบจและสีดำ (ขึ้นอยู่กับสีภายนอก) ส่วน e:HEV RS จะได้ภายในสีดำ ส่วนวัสดุหุ้มเบาะในรุ่น e:HEV EL+ จะได้ หนังแท้และวัสดุหนังสังเคราะห์ ด้าน e:HEV RS จะได้หนังกลับและวัสดุหนังสังเคราะห์ด้วยด้านสีแดง 

แต่สิ่งที่ e:HEV RS จะได้มากกว่า e:HEV EL+ ก็คือ ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะพร้อม Honda Smart Key Card นอกจากนี้ระบบปรับอากาศยังได้ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระ ซ้าย-ขวา รวมถึงเบาะนั่งด้านหลังที่ปรับพับได้แบบแยกพับ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการขนสัมภาระชิ้นใหญ่ๆ กับอุปกรณ์ Wireless Charger และ แป้นคันเร่งกับเบรกแบบสปอร์ต

ด้านเครื่องเสียงและการเชื่อมต่อ ทั้ง 2 รุ่น จะได้หน้าจอสัมผัสแบบ Advanced Touch ขนาด 9 นิ้ว ที่รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย และ Android Auto ทั้งยังรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto กับพวกมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง และ ปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ ส่วนช่อง USB ก็มีให้ถึง 4 ตำแหน่ง, ลำโพง 8 จุด แต่ที่ e:HEV RS จะได้เพิ่มคือ ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT ส่วนมาตรวัด รุ่น e:HEV EL+ จะได้หน้าจอแบบ TFT 7 นิ้ว ส่วน e:HEV RS จะได้ขนาด 10.2 นิ้ว

ส่วนระบความปลอดภัย และ เทคโนโลยี Honda SENSING ทั้ง 2 รุ่นจะได้เหมือนๆ กันโดย Honda SENSING จะทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้าช่วยตรวจจับรถยนต์และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการทำงานหลัก ๆ คือ ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ, ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ, ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ และ ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ พร้อมด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยล้ำสมัยอีกหลายรายการ 

ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วล่ะว่าจะเลือกซื้อรุ่น e:HEV EL+ ที่ประหยัดไปได้ถึง 130,000 บาท หรืออยากได้แบบครบๆ ก็ต้องรุ่น e:HEV RS 

ถ้า Honda Civic e:HEV  คือรุ่นที่คุณสนใจ วางแผนจะออกปีนี้ เช็กวงเงินประเมินสำหรับออกรถกับเราก่อนได้ที่
>> กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท ขอประเมินได้ก่อนโดยไม่ต้องส่งเอกสาร คลิกที่นี่ <<


ขอสินเชื่อ จัดเลย!