รู้วงเงินก่อนออกรถ ผ่านมือถือ
กับกรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท
สแกนเลย!

QRCODE

ประเมินวงเงินพร้อมสตาร์ท
รู้ผลใน 3 นาที

เริ่มประเมินวงเงิน

หรือ

ดูวงเงินพร้อมสตาร์ทที่ได้รับ

เคยประเมินแล้ว ดูวงเงินเลย

สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถ 7 ที่นั่ง สำหรับครอบครัว ในตอนนี้มีอะไรให้เลือกบ้าง

การจะหารถสักคันเพื่อครอบครัวในเวลานี้ คงต้องมองถึงรถที่จะสามารถตอบสนองได้ในเรื่องของความสะดวกสบาย ดูคุ้มค่าและเรื่องของราคาค่าตัวที่ไม่สูงจนเกินไป ซึ่งก็จะมีรถ MPV ที่เป็น 7 ที่นั่ง เหมาะกับการใช้งานกับครอบครัว แต่นอกจากนี้ก็ยังมีรถ SUV ที่ตอบโจทย์ได้ดีแต่ราคาก็จะสูงขึ้นมาเล็กน้อย แต่ถึงแม้ว่าเราจะคัดสรรมาอย่างไร การเลือกรถที่เหมาะกับครอบครัวของคุณ คุณและคนในครอบครัวจะต้องเป็นคนตัดสินใจกันเอง งั้นเราไปเริ่มดูกันเลย โดยจะเริ่มกันที่รถ MPV กันก่อนครับ

HONDA BR-V

ราคา 915,000-973,000 บาท

สำหรับ BR-V เป็นรถ SUV 7 ที่นั่ง ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT (Continuously Variable Transmission) พร้อมระบบ Shifting Control of Cornering Gravity & G Design Shift โดยเป็นรุ่นล่าสุดที่ปรับโฉมมาใหม่ทั้งภายนอกและภายใน พร้อมเพิ่มความปลอดภัยมาให้กับ Honda SENSING ที่มีทั้ง ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน และอื่น ๆ อีกหลายรายการ สำหรับ BR-V จะโดดเด่นในเรื่องของอัตราเร่ง, ความประหยัด และควบคุมการขับขี่ได้ง่าย อีกทั้งภายในกว้างขวางนั่งได้สบาย โดยเบาะนั่งแถวที่ 3 สามารถนั่งได้ใกล้เคียงกับแถว 2 ต่างกันตรงที่พื้นที่วางขาจะน้อยกว่า ส่วนช่วงล่างดูจะเน้นไปทางนุ่มนวล

MITSUBISHI XPANDER

ราคา 799,000-895,000 บาท และ XPANDER CROSS ราคา 939,000 บาท 

สำหรับ XPANDER ดูน่าสนใจตรงที่มี 2 ทางเลือกนั่นคือ XPANDER ธรรมดาที่จะมี 2 รุ่นให้เลือก GLS-LTD และ GT อีกทางเลือกก็จะเป็น XPANDER CROSS ที่มีความสูงใต้ท้องรถมากกว่า XPANDER ธรรมดา คือจะมีความสูงใต้ท้องรถถึง 220 มม. เพื่อให้ผ่านไปได้ทุกสภาพเส้นทาง นี่เองที่ทำให้รถรุ่นนี้ได้นับความนิยม ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูทันสมัย และมีความสปอร์ตซึ่งเป็นจุดเด่นของ MITSUBISHI และอีกหนึ่งอย่างคือ ความกว้างขวางในห้องโดยสารทั้ง 3 แถว ที่ถือว่าเป็นรุ่นที่นั่งได้สบายลงตัวที่สุด นอกจากนี้ยังมีพละกำลังจากเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ผสานกับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ที่เข้ามาแทนเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะในรุ่นก่อนหน้า ทำให้อัตราเร่งดี และ ประหยัดเชื้อเพลิงขึ้นไปอีก แต่จุดที่ดูจะด้อยกว่าก็คงเป็นเรื่องระบบความปลอดภัย ที่คู่แข่งจัดมาให้เยอะกว่า แต่ถ้าอีกหน่อยมีการเพิ่มเติมส่วนนี้เข้ามาก็โอเคเลย ส่วนช่วงล่างนั้นจะเน้นไปทางหนึบแน่นจึงทำให้นั่งแล้วไม่มีอาการเวียนหัวมากนัก

ertiga-1

SUZUKI ERTIGA

ราคา 783,000-839,000 บาท

สำหรับ ERTIGA นั้นเพิ่งจะเปิดตัวรุ่นใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยี SMART HYBRID ที่ผสานการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ K15B (ซึ่งเป็นเครื่องยนต์จากรุ่นเดิม) และมอเตอร์ ISG พร้อมด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ช่วยเพิ่มกำลังการทำงานของเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งยังเพิ่ม Paddle Shift และ Auto Start/Stop มาให้ด้วย สำหรับภายในห้องโดยสารเน้นความสะดวกสบาย ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน ส่วนเบาะแถว 3 นั่งได้พอดี ๆ ไม่แคบจนเกินไป แต่เรื่องช่วงล่างจะได้ทั้งความนุ่มนวลและโยนตัวบ้างเล็กน้อย

veloz-1

TOYOTA VELOZ

ราคา 875,000 บาท

สำหรับแบรนด์ TOYOTA ซึ่งเป็นเจ้าตลาดก็ปล่อยของอย่างเต็มที่เรียกว่าคุ้มค่าตัวที่สุดในรถระดับเดียวกัน โดดเด่นด้วยระบบความปลอดภัย TOYOTA SAFETY SENSE ที่เทียบเท่ากับที่มีอยู่ใน ALTIS หรือ C-HR และยังได้เพิ่มอุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร อาทิ แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย, มาตรวัดจอสีขนาดใหญ่ แต่เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร กลับใช้เครื่องยนต์เดียวกับ VIOS แต่ข้อดีก็คือ มีความทนทาน และบำรุงรักษาได้ง่าย แต่ต้องแลกกันกับความแรงที่อาจด้อยลงเพราะต้องแบกตัวถังที่ใหญ่ขึ้น แต่ก็ทดแทนด้วยพื้นที่กว้างขวางเน้นการใช้งานสะดวกสบาย นั่นทำให้ VELOZ ดูจะเพียงพอกับการใช้งานในครอบครัวได้เป็นอย่างดี อีกทั้งตัวเบาะยังสามารถปรับพับได้เกือบแบนราบทั้งคัน


แต่ถ้ารถ MPV ยังไม่ตอบโจทย์ครอบครัวคุณแล้วล่ะก็ ก็ยังมีรถในกลุ่ม SUV มาเป็นทางเลือก แต่รถในกลุ่มนี้จะมีราคาสูงกว่า แต่ก็มีเทคโนโลยีช่วยให้ขับขี่ง่าย สะดวกสบายและทนทานอีกด้วย งั้นเรามาเริ่มกันด้วย

everest-1

FORD EVEREST 

ราคา 1,334,000-1,704,000 บาท

โดดเด่นในเรื่องดีไซน์ และเทคโนโลยี และสมรรถนะ เรียกได้ว่าเหนือชั้นกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน อีกทั้งภายในก็มีหน้าจอขนาดใหญ่แนวตั้งดูโดดเด่น ส่วนเครื่องยนต์มีขนาดเล็กแต่ให้กำลังสูง และระบบช่วงล่างที่นุ่มหนึบทำให้ใช้งานได้ดีทั้งทางดำและทางฝุ่น ส่วนเบาะแถว 3 ก็สามารถนั่งได้สบาย ๆ มีพื้นที่เหลือพอให้หย่อนขา แต่สิ่งที่เหนือกว่าคือในรุ่นสูง ๆ จะมีระบบพับเบาะด้วยไฟฟ้ามาให้ แต่ก็แน่นอนว่าราคาค่าตัวก็สูงตามไปด้วย

mu-x-1

ISUZU MU-X

ราคา 1,154,000-1,639,000 บาท

เรื่องความทนทาน, ใช้งานง่าย, สะดวกสบายและไม่จุกจิกต้องยกให้ ISUZU จึงทำให้ MU-X แม้จะด้อยกว่าด้านเทคโนโลยีแต่เรื่องความปลอดภัยก็ไม่น้อยหน้าใคร โดยล่าสุดได้เพิ่มระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS แบบมีกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera พร้อมเรดาร์ 2 จุด และเซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน แถมจุดเด่นสำคัญอยู่ที่ความประหยัด ในเรื่องราคาและการบำรุงรักษา อีกทั้งมีขุมพลังให้เลือกถึง 2 แบบ คือ เครื่องยนต์ 1.9 ซีซี ที่มีค่าภาษีต่อปีต่ำ  กับเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร ที่มาพร้อมพละกำลัง ส่วนเบาะแถว 3 นั้น กว้างและมีพื้นฐานมากที่สุดในกลุ่มนี้ ทั้งยังปรับช่วงล่างให้มีความแน่นขึ้น จึงมีอาการโยนตัวน้อยลงกว่ารุ่นก่อนหน้านี้

pajero-1

MITSUBISHI PAJERO SPORT

ราคา 1,299,000-1,679,000 บาท

ถือเป็นรถอเนกประสงค์ที่ให้ระบบความปลอดภัยมาแบบครบครัน พร้อมกำลังจากเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ที่ให้สมรรถนะเกินตัว พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด (ก่อนที่จะมี 10 สปีดตามมาในภายหลัง) จุดที่เด่นกว่าใครในยุคนั้นคือ ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อมีวัตถุหรือรถอยู่ด้านหน้าเหยียบคันเร่งโดยไม่ตั้งใจ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ใช้หลักแบบเดียวกับตัวแข่ง Mitsubishi Evolution WRC จึงเป็นรถที่ให้ความนุ่มนวลในเมือง ขับสนุก เกาะถนน ประหยัด ปลอดภัย ในคันเดียว ส่วนเบาะแถว 3 นั้นถือว่าสูสีกับ FORD โดยพื้นที่ด้านข้างไม่อึดอัด แต่ช่วงขาอาจจะต้องงอเข่ามากกว่าเล็กน้อย กับช่วงล่างที่นุ่มนวลเน้นใช้งานสบายมากจึงทำให้บางครั้งมีอาการโยนตัวอยู่บ้าง

terra-1

NISSAN TERRA

ราคา 1,199,000-1,499,000 บาท และ 70th ANNIVERSARY ราคา 1,565,000 บาท

TERRA เป็น SUV ที่ปรับปรุงใหม่ทำให้มีมสรรถนะการขับขี่และความปลอดภัยดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะเครื่องยนต์ 2.3 ลิตร เทอร์โบคู่ที่ให้กำลังแรง ช่วงล่างที่แข็งแกร่งทำให้การขับขี่ได้อารมณ์รถดิบ ๆ ลุย ๆ อย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังให้ระบบความปลอดภัยมาแบบพอตัว และเสริมด้วยออปชั่นเพื่อความบันเทิงสำหรับครอบครัวโดยเฉพาะ จุดเด่นอีกอย่างคือ ระบบสวิตช์พับเบาะแถว 2 ด้วยไฟฟ้า และความกว้างขวางหลังสูงโปร่ง และยังมีเบรกมือไฟฟ้าในบางรุ่นย่อยอีกด้วย ส่วนเบาะแถว 3 นั้น น่าจะเป็นรุ่นเดียวที่นั่งในลักษณะแบนราบกับพื้น และต้องยกขาสูง ไม่มีที่หย่อนขา แต่นับเป็นค่ายเดียวที่ราคารุ่นท็อปสุดคุ้มค่ามากที่สุด อีกทั้งยังมีรุ่นพิเศษ 70th ANNIVERSARY เป็นรุ่นที่ได้รับการดีไซน์พิเศษฉลองครบรอบ 70 ปี ของแบรนด์ พร้อม 4 อุปกรณ์ตกแต่ง สำหรับผู้ที่ต้องการความลิมิเต็ด

fortuner-1

TOYOTA FORTUNER 

ราคา 1,371,000-1,889,000 บาท

เป็นรุ่นที่ขึ้นชื่อว่า ไฟหน้ามีความสว่างสุด ๆ แต่ที่ขึ้นชื่อไม่น้อยกว่ากันก็คือพละกำลังจากเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร ที่ให้ความสนุกเวลาขับขี่ และอีกหนึ่งทางเลือกกับเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร แต่ที่ดูจะด้อยกว่าคู่แข่งอยู่ที่เรื่องของออปชั่นที่ดูจะน้อยกว่าคู่แข่ง แม้ว่าในรุ่นหลัง ๆ จะติดตั้งระบบ TOYOTA SAFETY SENSE มาแล้วก็ตาม ส่วนช่วงล่างจะแตกต่างกันตามแต่ละรุ่นย่อยโดยรุ่น GR SPORT นับว่าเยี่ยมที่สุด เพราะให้ทั้งการยึดเกาะ แน่นหนึบ นุ่มนวลในระดับที่กำลังดีไม่ยวบเกินไป แต่สุดท้ายที่รถรุ่นนี้จะมีให้คือฟิลลิ่งความดุดันแกร่งและได้อารมณ์ความเป็นรถคันใหญ่ใจถึง ส่วนเบาะแถว 3 นั้น ดูจะขัดใจตรงที่มากับระบบแขวนด้านข้าง ทำให้เมื่อพับแล้วพื้นที่เก็บสัมภาระดูจะติดเบาะที่พับนั่นเอง แต่เมื่อกางออกนั่งกลับนั่งสบายมีระดับวางขาที่เกือบใกล้เคียงเบาะแถวอื่น ๆ 

แต่อย่างไรก็ดีคุณจะต้องไปชมและสัมผัสรถคันจริงที่โชว์รูม เพื่อจะได้รถที่เหมาะกับครอบครัวอย่างแท้จริง แต่ถ้าคุณยังไม่รู้จะตัดสินใจหาสินเชื่อที่ไหนก็สามารถติดต่อขอสินเชื่อรถเหล่านี้ได้ที่ กรุงศรี ออโต้ ให้บริการโดย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ติดต่อ กรุงศรี ออโต้ คอล เซ็นเตอร์ โทร. 0-2740-7400 และติดตามโปรโมชั่นรุ่นอื่น ๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติม รายละเอียดตามลิงก์ด้านล่างนี้ >> กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท ขอประเมินได้ก่อนโดยไม่ต้องส่งเอกสาร คลิกที่นี่ <<


บทความแนะนำ

swiper-arrow-prev
swiper-arrow-next
ขอสินเชื่อ จัดเลย!